คุณเอ็ม (เฟสบุ๊ค ชื่อ M Suanluang Man-u) นักวิ่งฉายา “หัวใจบานฉ่ำ”
ตามพาดหัวนี้
อุ่นถือวิสาสะเรียกขาน หวังใจว่าเจ้าตัวจะยินดีนะคะ
เพราะเสน่ห์แรกที่สายตาอุ่นสะดุดกับผู้ชายคนนี้ที่เฟสบุ๊ค คือ
ยิ้มบานฉ่ำแบบนี้ตามที่คุณผู้อ่านได้ชมชื่นอยู่นี่เลยค่ะ
เห็นยิ้มฉ่ำๆ แบบนี้แล้ว
สำหรับคนที่ค้นหาแรงบันดาลใจเพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้ออกวิ่งทุกวันแบบอุ่น
ก็พลาดไม่ได้แน่นอนที่จะเอ่ยปากขอให้ช่วยเล่าเรื่องราวความสุขของการวิ่งให้อุ่นฟังและมาเรียงร้อยให้คุณผู้อ่านได้มีเพิ่มแรงบันดาลใจ
และมีสุขภาพแข็งแรง สดฉ่ำไปด้วยกัน
ก่อนถึงวันเจอกันจริงๆ พี่โปรจรัญกระซิบบอกมาว่า คุณเอ็มวิ่งเล่นอยู่บนโลกใบนี้มา
51 ขวบปีแล้วนะ โอ้วแม่เจ้า !!! รูปร่างทะแมงทะมัด กระเดี้ยวกระดูกแข็งแรงแบบนี้ 45
ก็ว่าเยอะไปนะคะ คุณผู้อ่านขา กีฬา คือ ยาอายุวัฒนะ ชอบกีฬาแบบไหนก็จัดแบบนั้น แล้วมาแข็งแรงสดชื่นกระชากวัยไปด้วยกันนะ
แต่วันนี้ ที่บล็อค Marathon ที่รัก แห่งนี้
เรื่องที่เราจะคุยกันก็ต้องเป็นเรื่องวิ่งๆ เราไปคุยกับคุณเอ็ม นักวิ่งหัวใจบานฉ่ำกันเลยดีกว่านะคะ
คุณเอ็มเริ่มออกกำลังกายเมื่อไหร่ และออกด้วยการวิ่งเลยรึเปล่าคะ
ครับ ผมเริ่มออกกำลังกายตอนอายุประมาณ 18-19 ปี อยากสุขภาพแข็งแรงครับ
ก็วิ่งในซอยแถวบ้าน จนย้ายมาอยู่ใกล้ๆ สวนหลวง ร.9 ก็มาวิ่งที่สวนประมาณตั้งแต่ปี 2540 ก็ ประมาณ 18
ปีแล้วครับ
ตอนเริ่มวิ่ง ตั้งใจเลยมั๊ยคะว่าจะฝึกวิ่งเพื่อเป็นนักวิ่งมาราธอน
ไม่ครับ
ผมจ็อกกิ้งเฉยๆ เพื่อสุขภาพจริงๆ เรื่องวิ่ง มินิฮาล์ฟมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน
หรือวิ่งมาราธอนนี่วิ่งมาประมาณ 14 ปี แล้วถึงจะรู้ มารู้ก็ตอนที่มาวิ่งสวนหลวง ร.9
นี่ล่ะครับ
สักเดือนนึงที่วิ่งที่สวน
ก็เห็นเขาวิ่งกันเป็นกลุ่มๆ และก็แรงบันดาลใจก็คือ พี่ณิชา (พี่นิด)
คนนี้นิฝนตกก็ยังวิ่ง ใส่เสื้อกันฝนวิ่ง ขอโทษนะครับ ผมพูดในใจเลยว่า
ผู้หญิงนี่บ้าจริงๆ เลย (ว่าแล้วก็ยิ้มขำๆ) แต่ผมเห็นพี่ณิชาบ่อยๆ
ผมก็แอบวิ่งเกาะท้าย วิ่งตามเขาไป แล้วก็ได้เข้ากลุ่มชมรมวิ่ง
ตอนนี้พี่ณิชานี่ผมนับถือเป็นพี่สาวเลย
(กีฬาที่ดีนอกจากจะให้สุขภาพที่ยอดเยี่ยมแล้วยังสร้างพื้นที่แห่งสายสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมขึ้นอีกด้วย
บางครั้ง ไม่ต้องเอ่ยปาก แค่วิ่งตาม
แล้วยิ้ม ความเป็นเพื่อน ความเป็นญาติก็เกิดขึ้นแล้วนะคะคุณผู้อ่านขา ...
มามะ ออกจากบ้านมาวิ่งกัน)
แล้วไปยังไงมายังไง ถึงได้ลงสนามมาราธอนคะ
ก็ได้เข้าชมรมวิ่ง แล้วก็เพื่อนๆ ก็ชวนกัน (คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล
คบคนวิ่งทน ก็พาไปทนด้วยกัน 555x เขาว่าอยากให้ชีวิตเป็นแบบไหนก็พาตัวเองไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนั้น
แล้วเราจะเป็นมัน ... นะจ๊ะ) และผมก็อยากรู้รสชาติของการลงสนามแข่ง
ไว้คุยกับเพื่อนๆ ได้เข้าถึงเนื้อเข้าถึงพริก ก็ชวนๆ กัน วิ่งอยู่ที่สวนประมาณ 3
เดือน ก็ลง มินิมาราธอน (10.5 กม.) ...
แทบตายครับ (555X)
ตอนนั้นอายุก็ประมาณ 33 ขวบปีเองนะคะ
วิ่ง 10.5 กิโล ทำไมถึงแทบตายคะ
คืออย่างนี่นะครับ ตอนซ้อมซ้อมถึงไปตามจังหวะของเรา แต่เวลาแข่งเนี่ย
เขาปล่อยตัวปุ๊บ เราออกตัวเร็วตามคนอื่นเลย ไม่มีผ่อนหนักผ่อนเบา วิ่งไปได้ 3
กิโล จุกครับ จุกก็หยุด วิ่งไป 2 โล เอ้าจุก
ก็หยุด อยู่สองสามครั้ง แต่ก็ถึงนะครับ เพราะใจมันตั้งไว้แล้วว่าต้องถึง ถึงก็ถึง
แต่ทรมาณสุดๆ 555X ฝากบอกนักวิ่งแข้งใหม่ทุกคนนะครับ ถ้าอยากลงแข่งแบบสนุกและมีความสุข ซ้อมให้ถึง
แล้ววิ่งตามจังหวะของตัวเอง มาราธอน คือ การชนะใจตัวเอง
ชนะตัวเองให้ได้แล้วเดี๋ยวชนะสิ่งอื่นจะตามมาเองครับ
หลังจากนั้นเข็ดมั๊ยคะ
ไม่เข็ดครับ มันสนุก หลังจากประสบการณ์ครั้งแรก ก็เริ่มศึกษา และปรับการวิ่ง แล้วก็ลงสนามแข่งทุกอาทิตย์เลยครับ
แต่ไม่เคยคิดว่าจะต้องแข่งชนะคนอื่นนะครับ ผมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
เราแข็งแรงและสนุกก็ดีเยี่ยมแล้วครับ
ไม่คิดว่าจะต้องได้ถ้วยรางวัลสักครั้งเลยเหรอคะ
ก็มีนะครับ ตอนอายุประมาณ 30 ปลายๆ เคยคิด ซ้อมหนักมาก ร่างกายโทรม ลงสนามถึงไม่เข้า 1 ใน 5 แต่ก็ไม่ขี้เหร่ครับ ได้ที่ 7 8 9 ไม่เลยสิบ ก็พอคุยได้ครับ (ยิ้ม) ฝากถึงนักวิ่งใหม่ๆ อีกนิดนะครับ ร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเห็นนักวิ่งแนวหน้าเขาวิ่งเก่งๆ กัน ก็วิ่งตาม บางคนอาจบาดเจ็บไปเลยเพราะแรงไม่ถึง หรือกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงพอ และแทนที่จะแข็งแรง อาจทำให้ร่างกายทรุดโทรมด้วย ตามความเห็นของผมนะ ผมว่าเอาแบบค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ให้ร่างกายๆ ค่อยๆ แข็งแรงสมดุลไปเรื่อยๆ เดี๋ยววิ่งไกลๆ ใช้เวลาน้อยๆ มันจะทำได้เองโดยอัตโนมัติครับ
ก็มีนะครับ ตอนอายุประมาณ 30 ปลายๆ เคยคิด ซ้อมหนักมาก ร่างกายโทรม ลงสนามถึงไม่เข้า 1 ใน 5 แต่ก็ไม่ขี้เหร่ครับ ได้ที่ 7 8 9 ไม่เลยสิบ ก็พอคุยได้ครับ (ยิ้ม) ฝากถึงนักวิ่งใหม่ๆ อีกนิดนะครับ ร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเห็นนักวิ่งแนวหน้าเขาวิ่งเก่งๆ กัน ก็วิ่งตาม บางคนอาจบาดเจ็บไปเลยเพราะแรงไม่ถึง หรือกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงพอ และแทนที่จะแข็งแรง อาจทำให้ร่างกายทรุดโทรมด้วย ตามความเห็นของผมนะ ผมว่าเอาแบบค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ให้ร่างกายๆ ค่อยๆ แข็งแรงสมดุลไปเรื่อยๆ เดี๋ยววิ่งไกลๆ ใช้เวลาน้อยๆ มันจะทำได้เองโดยอัตโนมัติครับ
สุขภาพแบบซุปเปอร์แมนแบบนี้ คุณเอ็มลงสนามในระยะมาราธอน (42.195 กม.) ด้วยป่ะคะ
ลงครับ บอกตัวเองว่า ขอสักครั้งนึงเถอะในชีวิต อยากสัมผัสว่ามันเป็นยังไงน๊า จะได้คุยกับเพื่อนๆ
ได้ออกรสกับเขาบ้าง ปรากฎลงครั้งแรกแล้วติดใจ จนถึงวันนี้ ผมลงมา 20 กว่าครั้งแล้ว
มันติดครับ (ยิ้มแฉ่งเลยค่ะคุณผู้อ่านขา) วิ่งด้วยเป้าหมายเดิม เป้าหมายเดียวครับ “เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง”
ผมคิดอยู่นาน ก่อนตัดสินใจลง เพราะกลัววิ่งไม่ถึง
แต่พอลงก็วิ่งถึงครับ หัวใจมันห้าว มันฮึกเหิม มันเหนื่อยนะ แต่มันท้าทาย เราบอกกับใจว่า
ถ้าถึง คือ ชนะตัวเอง
ในทุกระยะที่ลงสนามรวมถึงระยะมาราธอน ผมถึงเส้นชัยทุกครั้งครับ ลงระยะมาราธอน 42.195
กม.)
ผมตั้งเป้าใช้เวลาไม่เกิน 4 ชม. ลงสนามจริงใช้เวลา 3 ชม. 35
นาที
พอใจครับ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้ลงสนามแล้วครับ วิ่งเอาสุขภาพเป็นเป้าหมายหลักจริงๆ
แม้ไม่ค่อยได้ลงสนามแข่ง
และถึงแม้ลงสนามคุณเอ็มก็ไม่ได้หวังถ้วยรางวัล แต่ก็ยังวิ่งทุกวัน แบบนี้เขาเรียกว่าเสพติดรึเปล่าคะ
โหตอนแรกๆ นะ พอจะเข้านอนก็อยากให้เช้าเร็ว ๆ เมื่อไหร่จะแจ้งเนี่ย เมื่อไหร่จะตีสี่ ตีห้าซะทีเนี่ย รอนาฬิกาปลุก ฝนตกก็มา จะเรียกว่าเสพติด ก็ได้เลยครับ แต่พอตอนนี้นะ ถ้าฝนตกก็ดี จะได้นอนซ่อมเซลล์ (อมยิ้ม เหมือนมีอาการอยากพักบ้าง)แต่ถ้าฝนไม่ตกก็ดีจะได้ไปวิ่ง
โหตอนแรกๆ นะ พอจะเข้านอนก็อยากให้เช้าเร็ว ๆ เมื่อไหร่จะแจ้งเนี่ย เมื่อไหร่จะตีสี่ ตีห้าซะทีเนี่ย รอนาฬิกาปลุก ฝนตกก็มา จะเรียกว่าเสพติด ก็ได้เลยครับ แต่พอตอนนี้นะ ถ้าฝนตกก็ดี จะได้นอนซ่อมเซลล์ (อมยิ้ม เหมือนมีอาการอยากพักบ้าง)แต่ถ้าฝนไม่ตกก็ดีจะได้ไปวิ่ง
ต่อให้มีวันที่อยากพัก และต้องทำงานด้วย ก็ยังได้ข่าวว่าคุณเอ็มมาวิ่งทุกวัน
ใช่ครับ ยังไงก็อยากมีสุขภาพที่แข็งแรงตลอดไป สัญญากับตัวเองไว้ครับว่าจะต้องออกกำลังกายตลอดชีวิต
ใช่ครับ ยังไงก็อยากมีสุขภาพที่แข็งแรงตลอดไป สัญญากับตัวเองไว้ครับว่าจะต้องออกกำลังกายตลอดชีวิต
ทำงานเหนื่อย แทบไม่มีเวลาจะพักผ่อนแล้ว แล้วยังมาวิ่งออกกำลังกายอีก
ถ้ามันไม่คุ้มกับชีวิตก็ไม่มีเหตุผลจะทำใช่มั๊ยคะ ... ถ้างั้นเล่าให้ฟังหน่อยได้มั๊ยคะว่าการออกกำลังกายมันคุ้มยังไงกับชีวิต
(คุณผู้อ่านขา คุณเอ็มหน้าตาตื่นเต้น คักคึกก่อนบอกว่า...) วัยรุ่น
รุ่นน้อง อายุ 25 26 เขาอิจฉาผมกันนะครับ บางคน อายุ 30 กว่าๆ พุงยื่นอุ้ยอ้ายกันไปแล้ว
แต่ผมกระฉับกระเฉงมากครับ (แล้วถ้าไปเที่ยบกับเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ไม่ได้ออกกำลังกาย
โอ้โห ! เพื่อนๆ คงล้ำหน้าไปไกล)
นอกจากร่างกายจะแข็งแรงกระฉับกระเฉง การออกกำลังกายนี่ทำให้เราอารมณ์ดีมาก
มีความสุขมากๆ ด้วยนะครับ ช่วงเวลาประมาณ 2 ชม.
ในตอนเช้าที่มาวิ่ง มีความสุขมากครับ
แล้วเรายังได้เพื่อนใหม่ๆ ด้วย
ไปวิ่งต่างพื้นที่หรือต่างจังหวัดก็มีเพื่อนเพิ่ม สนุกครับ
อยากเชิญชวนให้ชาวโลกออกกำลังกายหรือมาวิ่งมั๊ยคะ
แน่นอนครับ (ท่าทางอยากชวนสุดฤทธิ์ค่ะ)
ผมดีใจมากเวลาเห็นนักวิ่งหน้าใหม่ ลงสนาม ไม่ว่าจะมาวิ่งเข้าเส้นเร็วๆ
หรือมาวิ่งเซลฟี่ ทุกคนก็ตื่นเพื่อมาลงสนามพร้อมกัน มันมีความสุขนะที่ได้เห็น
ออกกำลังกายกันครับ ได้สุขภาพแข็งแรง ได้พบปะเพื่อนใหม่ๆ ไม่จำเป็นครับว่าจะอายุน้อยหรืออายุมากแล้ว
โดยเฉพาะกีฬาวิ่งเปิดกว้างสำหรับทุกอายุและทุกคน
และส่วนใหญ่ที่เห็นนะครับ อายุประมาณ 40 ขึ้นไป เพราะเริ่มเห็นว่าร่างกายเริ่มมีความเสื่อม
จึงตระหนักในเรื่องของการดูแลสุขภาพ และการวิ่งถือว่าเป็นกีฬาที่ง่าย ไม่ต้องรอใคร
คนเดียวก็วิ่งได้ สวนหลวง ร.9 บรรยาศสุดยอด
น่ามาออกกำลังกายที่สุดครับ
และออกกำลังกายต้องมีความสุข ต้องสนุกกับมันนะครับ
หลายคนมาออกกำลังกายแล้วยังเห็นหน้าตึง บึ้ง เครียดอยู่
ปล่อยวางครับ ในวันนึงปล่อยให้ตัวเองมีความสุขมากๆ สักแค่ 2 ชม. ตอนออกกำลังกายก็ยังดีนะครับ เดี๋ยวพอปล่อยจนชิน จะมีความสุขทั้งวันเองครับ
ปล่อยวางครับ ในวันนึงปล่อยให้ตัวเองมีความสุขมากๆ สักแค่ 2 ชม. ตอนออกกำลังกายก็ยังดีนะครับ เดี๋ยวพอปล่อยจนชิน จะมีความสุขทั้งวันเองครับ
แล้วก็วิ่งตามแรงตามความสมดุลของตัวเอง ไม่วิ่งตามแรงคนอื่นครับ
เราถึงจะมีความสุขและสนุก เพื่อสุขภาพ และลงสนามแข่งบ้าง
ตั้งเป้าหมายในการรักษาคุณภาพ และพัฒนาความแข็งแรงขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ
ช่วงตอนตื่นนี่มันลำบาก มันไม่อยาก แต่พอมาถึงสวนแล้ววิ่งนะครับ
ขอบอกเลยครับ มีความสุขที่สุด หรือถ้าใครไม่สะดวกวิ่งเช้า ก็วิ่งตอนเย็นก็ได้
ไม่ต้องฝืนตื่น แต่ก็ต้องฝืนใจให้ก้าวออกวิ่งเหมือนกัน ฝืนๆ ไปครับ เดี๋ยวเดียวก็ติด
ติดวิ่ง แล้วจะดีเองครับ (ยิ้ม)
เป็นธรรมชาติที่คนเราทำอะไรนานๆ ซ้ำๆ ก็จะมีอาการเบื่อหน่าย
และคุณเอ็มก็วิ่งมา 20 กว่าปีแล้ว ยังวิ่งอยู่ บอกได้มั๊ยคะว่า มาราธอน
มีเสน่ห์ยังไง
การ วิ่งมาราธอน คือ การวิ่งระยะ 42.195 กม. เป็นระยะที่ท้าทายครับ ถ้าชนะตัวเองแล้วชนะทุกสิ่ง
คำว่าชนะเนี่ยหมายถึงวิ่งถึง วิ่งเข้าเส้นนะครับ ไม่ว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่
วิ่งให้ถึง ถือว่าชนะ มีครั้งหนึ่งผมใช้ 4 ชม.20 นาที เป็นตะคริว
เดินไป 4 กิโล 700 เมตรสุดท้ายค่อยวิ่งหล่อเข้าเส้นชัย
(555x) แต่ผมก็พอใจนะ เพราะมันถึง ถือว่าชนะครับ “ชนะอะไรไม่เท่าชนะใจตัวเองนะครับผม
ผมคิดเสมอว่าถ้ายอมแพ้แค่ครั้งเดียว เราก็จะแพ้ตลอดไป แต่ถ้าชนะ มันก็จะชนะตลอด”
เพราะแค่แข่งขันกับหัวใจตัวเอง
ไม่ได้แข่งกับใครให้ตึงเครียดอย่างนี้นี่เอง ถึงยิ้มได้แบบหัวใจบานฉ่ำตลอดเวลา
ขอบคุณคุณเอ็ม นักวิ่งหัวใจบานฉ่ำ
อุ่นไอ ไทยแลนด์
เรียบเรียง
เรียบเรียง







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น