วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พี่โปร การุณ อมรพัฒนา นักวิ่งมาราธอนท่าสวย ตอนที่ 2

เมื่อตอนที่ 1 เราทิ้งท้ายกันไว้ว่าในตอนที่ 2 จะพาทุกคนมาพบกับ นักวิ่งมาราธอน พี่โปร การุณ อมรพัฒนา ต่อ กับการท้าทายตัวเอง และเคล็ดลับในการเปลี่ยนท่าวิ่งที่เคยชินมาประมาณ 20 ปี มาสู่ท่าวิ่งใหม่ที่ทั้งแข็งแรงและสวยงาม

เอาล่ะ อุ่นตื่นเต้นมาก ที่จะให้ทุกคนได้รู้เคล็ดลับนี้ เพื่อนอกจากจะวิ่งเพื่อความแข็งแรงแล้ว ยังวิ่งได้สมาร์ท(สวยงาม) อีกด้วย


พี่การุณ มีแรงบันดาลใจหรือมีเหตุผลอะไรที่เปลี่ยนท่าวิ่งคะ
วิ่งมาประมาณ 20 ปี แล้ว และเพิ่งมาให้ความสำคัญกับท่าวิ่งเมื่อประมาณ 3 ปี ที่ผ่านมานี้เอง โดยมีสองเหตุผลนะ
เหตุผลแรก ในเชิงวิศวกรรม การเคลื่อนร่างกายด้วยท่วงท่าที่ถูกต้อง เช่น การวางเท้า การแกว่งแขน จะช่วยให้ เราใช้พลังงานของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนเหตุผลที่สอง คือ อยากวิ่งสวย

นักวิ่งหลายคนเขาบอกว่า วิ่งมาตั้งนานแล้ว ไม่อยากเปลี่ยนหรอก มันชินแล้ว เปลี่ยนยาก พี่การุณช่วยแบ่งปันวิธีการออกจากความเคยชินเดิมให้ฟังหน่อยนะคะ
ในเบื้องต้น เริ่มจากดูในยูทูป  คือ ศึกษาท่าวิ่งจากนักวิ่งเก่งๆ ตอนแรกๆ ก็ขัดเขินนะ เพราะไม่ชิน รู้สึกเหนื่อย  รู้สึกขัดๆ ... 

ก็ไปอ่านในอินเทอเน็ท เขาก็บอกว่าการเคลื่อนไหว ของร่างกายต้องมี Form แต่ก็ต้อง Free  (F&F) 
คือ มีรูปแบบแต่เป็นอิสระ หรือไม่ฝืน ถ้าฝืนจะไม่เป็นธรรมชาติ มันจะเกร็ง ไม่อยากทำ

มี Form แต่ Free (มีรูปแบบแต่เป็นอิสระ) เป็นแบบนี้นะ...พี่ใช้วิธีการจินตนาการให้เกิดภาพ หรือเรียกว่า จินตภาพ 
คือ จินตนาการถึงท่วงท่าที่ถูกต้องให้อยู่กับตัวเรา ใช้จินตภาพไปเรื่อยๆ จนเรารู้สึกว่ามันใช่สำหรับเรา จนมันอยู่เป็นส่วนหนึ่งของเรา และเราก็อยู่กับมันเมื่อวิ่งจริง มันก็ไม่เกิดอาการเกร็ง ไม่ขัดเขิน  ซึ่งเรียกว่า เราวิ่งอย่างมี From (มีรูปแบบ) และเป็นอิสระ (Free)



ท่าวิ่งของแต่ละคนไม่เหมือนกัน นอกจากจะเกิดจากความเคยชินแล้ว ยังเกิดจากความแข็งแรงของอวัยวะที่ไม่เหมือนกันเช่น คนพิการขาลีบ ขาเป๋ เขาเดินกะเผลก เพราะอวัยวะบางส่วนอ่อนแอ 

ร่างกายจึงต้องปรับท่วงท่าการเคลื่อนไหวให้เข้ากับสรีระร่างกายนั้น สังเกตดู เด็กๆ หนุ่ม สาวๆ จะวิ่งสวย เพราะอวัยวะที่เกี่ยวข้องในการวิ่งแข็งแรงเป็นธรรมชาติ ดังนั้น เรื่องที่สำคัญอีกอย่างคือ ต้องมี Weight Training ในอวัยวะที่ใช้ในการวิ่ง เช่น น่องและต้นขา เอ็นร้อยหวาย ให้แข็งแรง จะได้มีอวัยวะที่จะรองรับการวิ่งได้สวยงาม

สรุปเทคนิคง่ายๆ ในการเปลี่ยน ท่าวิ่งมาราธอน ให้ดูแข็งแรงและสวยงาม คือ
มีรูปแบบ โดยศึกษาท่าวิ่งจากนักวิ่งมืออาชีพในยูทูป
มีอิสระ โดยใช้การจินตการการให้เกิดภาพ จนจิตใต้สำนึกรู้สึกว่าเป็นตัวเราโดยธรรมชาติ
ให้ความสำคัญกับ Weight Training กับอวัยะที่เกี่ยวข้องในการวิ่ง
เมื่อท่าวิ่งเปลี่ยน ท่าเดินก็เปลี่ยน ดังนั้น ในทุกท่วงท่าที่เคลื่อนไหวของชีวิตก็จะแลดูแข็งแรงและสวยงาม


ตอนเด็กๆ คุณครูสอนให้อุ่นวิ่งกับปลายเท้า โตมาตอนนี้ มาวิ่งในสวน ไม่ค่อยเห็นใครวิ่งกับปลายเท้า แต่จะเห็น บางคนก็วิ่งดัง ตึก ตึก (น่าจะลงเต็มเท้า) บางคนก็วิ่งไม่มีเสียงกระทบเลย ดูตัวเบา ลอยละลิ่ว สบายๆ พี่การุณช่วยแนะนำเทคนิคการวางเท้าวิ่งให้สักหน่อยนะคะ
ท่าวิ่งที่เหมาะสำหรับการวิ่งมาราธอนตามความคิดของพี่นะ คือ จุดสัมผัสแรกที่เท้าเรากระทบกับพื้นต้องเป็น ส่วนกลางเท้าไปถึงหน้าเท้าให้น้ำหนักที่เราลง 60% อยู่ช่วงหน้า 40% อยู่ช่วงท้าย ในเชิงกล คือ การเคลื่อนที่ที่มีประสิทธิภาพ เป็นการส่งแรงไม่มีการเบรค (สังเกตได้ง่ายๆ จากรองเท้าเปลี่ยนบริเวณสึก)

ท่าวิ่งที่เป็นการเบรคคือ การลงส้นเท้า มันเกิดแรงต้าน ลองจินตนาการตอนเราใช้เท้าเบรคจักยาน นั่นแหละแบบนั้นเลย

ส่วนท่าวิ่งด้วยปล่ายเท้านั้น เหมาะสำหรับวิ่งระยะสั้น ใช้ความเร็วเป็นหลัก แต่มาราธอนเป็นการวิ่งที่ใช้ความทน ที่ต่อเนื่องระยะยาว ท่าวิ่งที่เหมาะคือ หน้า 60 ท้าย 40 ตามนี้เลย

ประเด็นหลักเนี่ยเราวิ่งเพื่อออกกำลังกาย วิ่งเร็ว วิ่งช้า เป็นสาระรองๆ เคยมีน้องนักวิ่งคนนึงคุยให้ฟังว่าเขาขอให้การวิ่ง วิ่งได้ยาวๆ วิ่งแล้วสนุกในทุกๆ ครั้งนะ (Happy Running)


โอ้ว ! Happy Running ได้ยินคำนี้แล้วสนุกจัง 

ขอบคุณเทคนิคการเปลี่ยนท่าวิ่งง่ายๆ 3 ข้อ ที่ให้วิธีคิดว่า จริงๆ แล้วมนุษย์ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง หรือการออกจากความเคยชินเดิมหรอก หากมนุษย์รู้ว่าการเปลี่ยนแปลง หรือการออกจากความเคยชินนั้นมันดีอย่างไร เฉกเช่น มนุษย์ผู้มีหัวใจท้าทายคนหนึ่งรู้ว่า การเปลี่ยนท่าวิ่งที่เคยชิน มาสู่ท่าวิ่งใหม่ทำให้ร่างกายได้ใช้พลังงานได้มีประสิทธิภาพ และแลดูสมาร์ท จึงยินดีที่จะเปลี่ยนอย่างสนุกและมีความสุข


ในตอนที่ 3 พบกับบรรยากาศการซ้อม การพักก่อนลงสนามแข่ง และอารมณ์บางอย่างที่น่าติดตามที่เกิดขึ้นในสนามแข่ง
ของพี่โปร การุณ  อมรพัฒนา

อุ่นไอ  ไทยแลนด์

เรียบเรียง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น