วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พี่โปร การุณ อมรพัฒนา นักวิ่งท่าสวย ตอนที่ 4 (ตอนจบ)

ตอนที่ 1 นั้น หลายคนคงได้พาขาออกวิ่งไปแล้วด้วยเหตุผลเดียวกันกับจุดเริ่มต้นของพี่การุณ คือ เลิกงานรถติด ไม่อยากทิ้งเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ก็เอาเวลามาใช้ประโยชน์ในการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง
ตอนที่ 2 เพื่อที่ร่างกายจะสามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยท่วงท่าการวิ่งที่ถูกต้อง หลายคน อาจปรับเปลี่ยนท่าวิ่งได้แลดูแข็งแรงและสวยงามกันไปแล้ว กับ 3 เทคนิคง่ายๆ ที่พี่โปรการุณ ได้กรุณาแบ่งปันไว้
ตอนที่ 3 พบกับการฝึกซ้อม เพื่อที่จะลงสนามแข่งและเข้าเส้นชัยไปด้วยความสนุกและมีความสุข
ตอนที่ 4 นี้ (ตอนจบ) พบกับวิธีคิดที่แข็งแรง ที่ชีวิตได้จากสนามวิ่งมาราธอน ซึ่งอุ่นเชื่ออย่างยิ่งว่า ทุกถ้อยประโยคที่พี่การุณแบ่งปันนี้ จะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านทุกคน และอีกหลายๆ คน เมื่อเราช่วยกันแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์นี้ออกไป สู่หัวใจชาวโลก

มาต่อกันเลยค่ะ ...


มีหลายคนอยากออกกำลังกายโดยการวิ่งบ้าง แต่อายุเยอะแล้ว ถามว่าควรหรือวิ่งได้มั๊ยคะ
การออกกำลังกายเมื่อไหร่ก็เริ่มต้นได้ ไม่มีคำว่าสาย แต่ถ้าเริ่มต้นได้เร็ว ก็ดีเยี่ยมเพราะจะชะลอความเสื่อมและใช้ร่างกายได้นานๆ พี่มาออกกำลังกายเนี่ย ก็จะพบสาเหตุของการมาออกกำลังกาย 2 ลักษณะใหญ่ๆ
1. ตัวเองบอกให้มา (มาตามคำสั่งของตัวเอง) (กลุ่มนี้อุ่นขอใช้คำว่า ตระหนักก่อนตระหนก คือ กันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วอาจแก้ไม่ทัน)
2. หมอบอกให้มา (มาตามคำสั่งของหมอ) (กลุ่มนี้อุ่นขอใช้คำว่า ตระหนกแล้วจึงตระหนักคือ ป่วยก่อนแล้วค่อยแก้ แต่ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยแน่นอน)

ถ้าเราออกกำลังกายตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิต(ตอนเด็กๆ หรือช่วงหนุ่มสาว) ชีวิตก็จะมีกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งไม่ใช่แค่การออกกำลังกายอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของวิธีคิด คือ องค์รวมของชีวิต เช่น งาน ครอบครัว และพื้นที่ต่างๆ ในชีวิตที่เรามีปฏิสัมพันธ์ด้วย
ในเรื่องของการวิ่งมาราธอนเนี่ย มันไม่ใช่แค่วิ่งไปข้างหน้านะ เช่นในหนังเรื่อง รัก 7 ปี ดี 7 หน ที่พระเอกบอกกับนางเอกว่า
ถ้าแค่อยากวิ่ง วิ่งแค่กิโลเดียวก็พอ แต่ถ้าอยากเปลี่ยนชีวิต ต้องวิ่งมาราธอน มันจริงเลยนะ การที่เราจะวิ่งมาราธอนแบบมีเป้าหมาย จะต้องมีการฝึกซ้อม เตรียมตัว มีกระบวนการ ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับวินัย การวางแผน การมีพันธะสัญญากับตัวเอง


พี่การุณมีเป้าหมายจะวิ่งไปถึงไหน หรือมีกำหนดมั๊ยคะ ว่าวิ่งได้จำนวนครั้งเท่านั้นเท่านี้แล้วจะหยุด 
มันเป็นชีวิต (จะวิ่งไปเท่ากับลมหายใจที่มี) ในชีวิตมนุษย์เนี่ย มันประกอบไปด้วย ร่างกายและจิตใจ ร่างกายต้องเคลื่อนไหว และจิตใจต้องสงบนิ่ง  การวิ่งมาราธอนทำให้เราดำเนินชีวิตแบบรู้เท่าทัน และเป็นคนที่ทำอะไรแล้วทำให้สุด ทำให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่งั้นทุกอย่างที่ทำมาจะสูญเปล่า เช่น เมื่อลงสนามระยะมาราธอน ใน กม. ที่ 30  มีรถเก็บมาวัดใจอยู่ข้างหน้าตลอด แต่เราก็ไปถึงนะ วิ่งมาจะ 40 สนามแล้ว ไม่เคยเลิกกลางคัน  รถไม่เคยมีโอกาสได้เก็บพี่เลย (555x)

อยากแชร์ประเด็นนี้นิดนึง ในครั้งที่ลงสนามระยะ 100 กม. ในช่วงผ่าน กม.ที่ 70 สะท้านไปหมด เจ็บนะ เจ็บในจังหวะที่ฝ่าเท้ากระแทกพื้น แต่ก็ผ่านไปได้ และวิ่งถึง  เราก็วิ่งถึง ถามว่าสะใจมั๊ย ก็สะใจ แต่ว่าอย่าไปทำบ่อย และร่างกายต้องการการฝึกซ้อม ไม่งั้นร่างกายจะเสียหาย

การวิ่งระยะทาง 100 กม. มีกติกาของการวิ่ง คือจะมีการกำหนดเช็คพ้อยเป็นระยะ ถ้าทำเวลาเกินในจุดเช็คพ้อยตามระยะทางที่เขากำหนด ก็จะต้องออกจากการแข่งขัน คือ กติกามันดักเราเป็นระยะ ร่างกายต้องแข็งแรงมาก ต้องซ้อมให้พอ


นอกจากกำลังของร่างกายแล้ว มันน่าจะมีปัจจัยอะไรอีกบางอย่างที่ทำให้พี่การุณไปต่อจนถึง ...?
มาถึงแล้ว (น้ำเสียงมาถึงแล้ววว) ไม่งั้น 50 กม. 60 กม. ที่ผ่านมาสูญเปล่าเลยนะ แค่นั้นเอง ก็เราจะเล่นเกมนี้ก็ต้องเอาให้ถึง ในขณะที่ร่างกายเจ็บ แต่ยังขยับได้ก็ต้องไป (อุ่นสัมผัสสะเทือนเลยค่ะคุณผู้อ่านขา .....อุ่นขอเรียกว่า ในทุกๆ เรื่องของชีวิต ไม่มีคำว่าล้มเหลว จะมีก็แต่คำว่าล้มเลิกที่จะทำ ในระหว่างทาง มันมีอุปสรรคมาวัดใจเสมอ แต่หากเราบอกตัวเองเสมอว่าต้องชนะ เราจะหาวิธีเพื่อก้าวข้าม และไปต่ออย่างเข้าใจ ชัยชนะจะเกิดในหัวใจให้เราภูมิใจอย่างเที่ยงแท้แน่นอน)

สิ่งที่อยากบอกคือ ไม่ว่าจะวิ่ง 10 21 42 100  กม. หรือระยะเท่าไหร่ก็แล้วแต่ ถ้าอยากวิ่งให้สนุกตามความเห็นของพี่นะ ก็ต้องฝึกซ้อม ซ้อมตามโจทย์ จะได้เข้าเส้นชัยแบบพระเอก (ไม่สะบักสะบอม)  เล่นกีฬาถ้าจะเอาให้สะใจ ก็ให้สะใจบนความมีเหตุมีผล แล้วจะมีความสุข

มนุษย์ต้องการความท้าทายอยู่เสมอ คือ ในทุกๆ วันมันไม่มีดีที่สุด แต่มันมีว่าได้อีก ได้อีก และก็ได้อีก พี่การุณมีเป้าหมายที่จะออกกำลังให้หนักขึ้น หรือมีเป้าหมายเล่นกีฬาอย่างอื่นมั๊ยคะ
อยากว่ายน้ำ อยากเป็นนักกีฬาไตรกีฬาแล้ว ไปว่ายน้ำแล้วนะ แต่ เฮ้ย !  เหนื่อยว่ะ แต่พอเรามานั่งคิด มันก็คือภาพเดิมๆ เหมือนตอนที่เราเริ่มต้นวิ่ง มันเป็นกระบวนการธรรมชาติ นี่แหละพอเราเข้าใจแบบนี้ เราก็จะทำได้สนุกและมีความสุข
พี่การุณเริ่มต้นการออกกำลังกายเพียงแค่ อยากใช้เวลาช่วงรถติดให้เป็นประโยชน์ แล้ววันนี้กลายเป็นชายหนุ่มอายุ 55 แต่แข็งแรงกว่าเพื่อนๆ ในรุ่นเดียวกันมากๆ และแข็งแรงกว่าหนุ่มๆ อายุ 35 อีกหลายๆ คน มีอะไรอยากจะบอกคุณผู้อ่านหรือเชิญชวนผู้คนให้ออกกำลังกายมั๊ยคะ

พี่เคยเจอคนนึงนะ เขาวิ่งอยู่หน้าบ้านเขาที่กว้างสองห้องน่ะ วิ่งไปวิ่งกลับ ประทับใจมากเลยนะ แล้วกับหลายๆ คน บอกว่าไม่มีที่จะวิ่ง ไม่มีเวลา น่าเสียดายสุขภาพ เอาเป็นว่า การออกกำลังกาย ถ้าบอกว่าไม่มีพื้นที่ ใช้การกระโดดเชือกก็ได้ แกว่งแขนก็ได้ คำถามคือ อยากให้ร่างกายแข็งแรงไปอีกนานหรือไม่แค่นั้นเอง

ไม่ต้องรอให้หมอสั่ง เราสั่งตัวเองเลย แต่เอาเป็นว่าไม่ว่าจะเริ่มต้นด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่พอออกกำลังกายมาถึงจุดๆ หนึ่งแล้วเนี่ย มันจะกลายเป็นตัวตนของเรา เก็บบวกให้ชีวิตนะ คือ สิ่งที่เราทำบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความประพฤติ มันจะกลายเป็นเรา แล้วพอเราทำกิจกรรมที่ดี บ่อยๆ กิจกรรมที่ดีก็จะเป็นตัวตนของเรา

และสำหรับการวิ่ง มันจะพัฒนาไปจนวิ่งดีขึ้น วิ่งเร็วขึ้น ไม่ต้องรีบร้อน ให้มันเป็นไปตามกระบวนการธรรมชาติ ถ้าวิ่งแล้วเหนื่อย ก็แค่เหนื่อย ก็ให้โอกาสร่างกายหน่อย ให้เขาได้ปรับตัว วิ่งไป แล้วมันจะแข็งแรงขึ้นเอง


คุณผู้อ่านขา นอกจากพี่การุณจะเป็นต้นแบบของวิธีคิด และร่างกายที่แข็งแรงให้อุ่นและทุกคนแล้ว สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจน คือ สมาธิของพี่การุณยอดเยี่ยมมากๆ ... คือ  ในระหว่างที่เรานั่งคุยกันอยู่ ก็จะมีหลายคนเดินเข้ามาทักทายพูดคุย เมื่อผู้ทักทายลาจากไป พี่การุณกลับมาเข้าเรื่องได้ทันที ในขณะที่อุ่นจำไม่ได้แล้วว่าเมื่อสักครู่เราคุยกันถึงตรงไหน  โอ้ว ! แม้เจ้า ... ต้องขอร้องดังๆ อีกครั้งว่า กีฬา กีฬา คือ ยาวิเศษ ทั้งสำหรับร่างกาย หัวใจ และสมอง

เอาล่ะ ... ใครอยากแข็งแรงทั้งกายและใจ ลุกขึ้นมาออกกำลังกายกัน ถ้านึกไม่ออกว่าจะเล่นกีฬาอะไรดี ก็ มา มะ มา วิ่งมาราธอน กัน ...ฮึบ ฮึบบบบ

ขอบคุณเรื่องราวการแบ่งปัน จาก พี่ การุณ  อมรพัฒนา นักวิ่งท่าสวย : เลขาฯ ชมรมวิ่ง สวนหลวง ร.9 ปัจจุบัน


อุ่นไอ  ไทยแลนด์
เรียบเรียง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น