วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วันนี้วิ่งฟรุ๊งฟริ๊ง แต่ใจเอาจริงและท้าทาย

กีฬา คือ ความท้าทาย เมื่อเราโฟกัส และมีใจให้มัน เราจะพบว่าเรามีศักยภาพมากกว่าที่คิด

วันนี้อุ่นหอบแรงบันดาลใจจากสนามวิ่งมาฝากคุณผู้อ่าน กันแบบสบายตา เย็นใจ กับนักวิ่งแฟนซีคนสวย  น้องกิ๊บ จันจิรา ยงเกียรติกานต์ นักวิ่ง ชมรมกระทิงเปลี่ยว ที่งาน KMUTNB  WALK-RUN 2015 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มาพร้อมชุดเมท ฟรุ๊งฟริ๊ง กับยิ้มแฉ่ง แก้มแดงเป็นลูกตำลึง เพราะเพิ่งวิ่งเข้าเส้นชัยมาหมาดๆ


อุ่นจึงเริ่มที่คำถามแรกเลย สำหรับสาวๆ ที่เล่นกีฬากลางแจ้ง ... 
เป็นสาวสวยแบบนี้  มาวิ่งกลางแจ้งแบบนี้ ไม่กลัวผิวดำเหรอคะ
(หัวเราะเบาๆ พร้อมตอบว่า) ไม่มีอะไรจะดำแล้วค่ะ  อันที่จริงแล้ว กิ๊บชอบเล่นกีฬาตอนเด็กๆ ก็เป็นนักบาสของโรงเรียน และตอนนี้ก็ออกกำลังกายกลางแจ้งหลายประเภทอยู่แล้ว เล่น เบสบอล ดำน้ำ วิ่ง  ชอบแอดแวนเจอร์ค่ะ ล่าสุดมีคนชวนไปปีนผาก็ไปค่ะ โชคดีที่มีเพื่อนเยอะ แล้วเพื่อนก็ชอบออกกำลังกายด้วย แต่ละคนก็แต่ละอย่าง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน นู่น นี่ นั่น กิ๊บไม่ชอบให้ว่าง ชอบทำนู่นทำนี่ ก็เลือกออกกำลังกาย
เล่นไปเรื่อยๆ  ไม่ได้ตั้งใจแข่งเพื่อชนะ แต่เล่นแพราะชอบ สนุกและมีความสุข

ออกกำลังกายทุกวันมั๊ย
ทุกวัน จันทร์ ศุกร์  กิ๊บอยู่นครนายก ก็วิ่งที่เขื่อนขุนด่าน ส่วน เสาร์-อาทิตย์ เข้ากรุงเทพฯ ก็จะวิ่งที่สวนหลวง ร.9 หรือบางครั้งก็วิ่งที่ลาดกระบัง

บ้านอยู่ใกล้สวนหลวง ร.9 เหรอคะ
เปล่าค่ะ บ้านอยู่แถวคลองจั่น แต่กิ๊บชอบวิ่งสนามใหญ่ที่สวนหลวง คือ วิ่งรอบเดียวได้ระยะทางเยอะไปเลย วิ่งสนามเล็กพอครบรอบเดี๋ยวขี้เกียจ (อิอิ) แรงจูงใจที่น่ารักของคนรักกีฬา)


แล้วเวลาลงสนาม วิ่งระยะไกลสุดเท่าไหร่คะ
12.5 กิโล วันนี้ก็ 12.5 กิโล แต่ถ้าในสนามซ้อม ก็วิ่งไกลได้ถึง 20 กิโล วิ่งบ้างเดินบ้าง สนุก สบายใจ มีความสุขค่ะ (น้องกิ๊บ ท่าทางแข็งแรงทะมัดทะแมงและมีความสุขสดชื่นจริงๆ ค่ะ ขนาดนั่งคุยกันเฉยๆ อุ่นยังรู้สึกกล้ามเนื้อกระตุกอยากออกวิ่งเลย)

วิ่งแฟนซีทุกสนามเลยป่ะคะ
สนามแรกค่ะ สนามอื่นก็ใส่เสื้อชมรมกระทิงเปลี่ยว (ชุดกีฬาปกติค่ะ)

วันนี้ทำไมถึงเป็นแฟนซี
พี่เขาอยากให้มีอะไรสนุกๆ กันบ้าง วิ่งชุดกีฬากันเยอะแล้ว ก็จัดแฟนซีสักหน่อย เป็นสีสันให้สนาม (ตอบพลางก็ยิ้มอายๆ)

ใส่ชุดเมทมาวิ่งกับใส่ชุดกีฬาวิ่ง อารมณ์ต่างกันมั๊ยคะ
ต่างค่ะ (หัวเราะ) เขินค่ะ ใส่ชุดเมทวิ่งพร้อมกัน 7 คน ก็ยังเขินนะ  แต่สนุกดี และถ้าคราวหน้าพี่ๆ เขาเรียกร้องก็จัดให้ด้วยใจยินดีค่ะ 555x (แฟนซีนี้เพื่อชมรม)


ไปไงมาไงถึงได้เข้ามาร่วมชมรมนักวิ่งกระทิงเปลี่ยวคะ
กิ๊บเป็นศิษฐ์เก่าวิศวะลาดกระบัง ชมรมก็เป็นการรวมกลุ่มของวิศวะลาดกระบังค่ะ ชวนกันต่อๆ กันมา วันนี้ก็มากันเกือบร้อยคน  สนุกค่ะ ได้เจอพี่ๆ น้องๆ

เรารู้ว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์กับชีวิตมากมาย แต่มีบ้างมั๊ย ในบางวันที่เราจะมีอารมณ์ไม่อยาก ขี้เกียจ ทำงานเหนื่อยแล้ว สารพัดเหตุผลที่จะไม่ไป
มีค่ะ พอตื่นเช้าปุ๊บก็ วันนี้ไม่อยากไปเลย เมื่อคืนทำงานเลิกดึก นอนดึก เมื่อคืนทำงานเหนื่อย ข้ออ้างสารพัด แต่กิ๊บก็ไปนะ ต่อให้ไปแล้ววิ่งไม่ได้ไกลเท่าทุกวัน แต่ได้ 2 กิโลก็ยังดี หรือถ้าวิ่งไม่ไหวเดินก็ยังดี วิ่งได้หรือเดินได้เท่าไหร่ก็ไป  กิ๊บจะไม่ให้ข้ออ้างมาหยุดไม่ให้ออกกำลังกาย เพราะหากข้ออ้างเหล่านี้หยุดเราได้ในครั้งแรกครั้งต่อไปมันก็หยุดเราได้และเราก็จะมีข้ออ้างแบบนี้ให้ชีวิตเรื่อยไป มันจะไม่สนุกแล้วเราจะรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง แต่กลับกัน ถ้าเราชนะใจตัวเองได้ เอาชนะข้ออ้างได้ในครั้งแรก เราก็จะชนะทุกครั้งนะ กิ๊บว่าวิธีคิดนี้ใช้ได้ในทุกพื้นที่หรือทุกกิจกรรมของชีวิตเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือทุกๆ เรื่องที่เรารับปากกับตัวเองหรือรับปากกับใครๆ ไว้ เราก็จะทำได้ แล้วเราจะนับถือตัวเอง และเป็นที่ไว้วางใจของคนอื่นได้ด้วย


เชิญชวนให้ชาวโลกออกกำลังกายกันดีกว่า
กิ๊บเชื่อว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ท้าทาย ถ้าเราโฟกัสมัน แล้วแข่งกับตัวเองนะ เราจะสนุก เช่น วิ่งเหนื่อยแล้ว แต่ยังไม่ถึงเส้นชัย แต่ เฮ้ย !!!  เอานา ไปได้อีก อีกนิด อีกทีละนิด มันก็ถึงเป้าหมาย

กิ๊บเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพมากกว่าที่ตัวเองคิด ลองทำก่อน ลองทำอะไรบางอย่าง เลือกที่ตัวเองชอบเลย บางที หรืออาจจะทุกครั้งนะเราจะค้นพบว่า เราทำได้มากกว่าที่คิด อย่างกิ๊บเนี่ย เป็นคนกลัวความสูง แต่ก็ไปปีนหน้าผา ปีนครั้งแรกสั่นไปหมด ครั้งที่สอง ที่สามก็ยังสั่นอยู่ แต่หลังจากนั้นความสั่นกลัวหายไปหมด เหลือแต่ความสนุกแล้วล่ะ เราได้ก้าวข้ามความกลัว มันท้าทายและก็มีความสุขนะ


และเพื่อนกิ๊บก็มีนะ ที่เขาไม่ชอบออกกำลังกาย ไม่ชอบอากาศร้อนๆ มีเหงื่อ แต่ทีนี้พอได้ออก มันสนุก พอออกไปเรื่อยๆ แล้วมันติด แล้วมันมีความสุขที่เราได้ใช้เวลาว่างที่เรามีให้คุ้มค่า เพราะนอกจากเราจะได้สุขภาพ ได้เพื่อนใหม่แล้ว ประเด็นสำคัญคือ ออกกำลังกายแล้ว สวยและหล่อกันทุกคนด้วยค่ะ (555x ตรงสวยหล่อ เนี่ยน้องกิ๊บเสียงดังฟังชัดเลยค่ะ)

อุ่นมีความสุขทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับคนออกกำลังกาย เพราะนอกจากจะเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเองได้ออกวิ่งอย่างสนุกและได้มาเขียนฝากทุกคนเพื่อมีสุขภาพแข็งแรงด้วยกันทุกคนแล้ว เรายังได้มุมคิดเทห์ๆ สวยๆ และได้สีสันความน่ารักในสนามแข่งขัน เช่น เสน่ห์ฟรุ๊งฟริ๊งของเมทคนสวยคนนี้มาฝากกัน เอาเป็นว่าน้องๆ เพื่อนๆ หรือใครๆ ที่อยากออกกำลังกายทั้งแบบจริงจัง และไม่จริงจัง อยากสนุก อยากสร้างสีสันให้โลกใบนี้ ... สนามมาราธอน เป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้เอาความแข็งแรง ความสนุก และความสุขมาแบ่งปันชาวโลกกันนะจ๊ะ ...  จัดมา จัดมา แล้วอุ่นไอ ไทยแลนด์จะตามไป


รอบหน้าพบกับ น้องเจน อภิชัย  ชนะสุข  นักวิ่งขาสวย จากน้ำหนักตัว 85 กิโลกรัม  เหลือ 62 กิโลกรัม ภายใน 6 เดือน จากคำถามของแม่ว่า นี่ หมีควาย หรือคน” … 555x แล้วพบกันค่ะ

ขอบคุณน้องกิ๊บ จันจิรา ยงเกียรติกานต์ 
ขอบคุณพี่เพชร ภัคพงษ์ ประธานชมรมกระทิงเปลี่ยว ที่สนับสนุนให้น้องกิ๊บเล่าเรื่องราวให้พี่อุ่นเขียน
ขอบคุณน้องเจน อภิชัย  ชนะสุข ผู้นำพาให้ได้รู้จักกับชมรม
ขอบคุณน้องตั้ม ชุมพล ทองใส ที่ช่วยประสานงานให้ได้เจอกันอย่างสะดวก


อุ่นไอ  ไทยแลนด์
เรียบเรียง

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558

นักวิ่งหัวใจบานฉ่ำ ขานี้ย่ำเพื่อสุขภาพ

คุณเอ็ม (เฟสบุ๊ค ชื่อ M Suanluang Man-u) นักวิ่งฉายา หัวใจบานฉ่ำตามพาดหัวนี้ อุ่นถือวิสาสะเรียกขาน หวังใจว่าเจ้าตัวจะยินดีนะคะ เพราะเสน่ห์แรกที่สายตาอุ่นสะดุดกับผู้ชายคนนี้ที่เฟสบุ๊ค คือ ยิ้มบานฉ่ำแบบนี้ตามที่คุณผู้อ่านได้ชมชื่นอยู่นี่เลยค่ะ
เห็นยิ้มฉ่ำๆ แบบนี้แล้ว สำหรับคนที่ค้นหาแรงบันดาลใจเพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้ออกวิ่งทุกวันแบบอุ่น ก็พลาดไม่ได้แน่นอนที่จะเอ่ยปากขอให้ช่วยเล่าเรื่องราวความสุขของการวิ่งให้อุ่นฟังและมาเรียงร้อยให้คุณผู้อ่านได้มีเพิ่มแรงบันดาลใจ และมีสุขภาพแข็งแรง สดฉ่ำไปด้วยกัน

ก่อนถึงวันเจอกันจริงๆ พี่โปรจรัญกระซิบบอกมาว่า คุณเอ็มวิ่งเล่นอยู่บนโลกใบนี้มา 51 ขวบปีแล้วนะ โอ้วแม่เจ้า !!! รูปร่างทะแมงทะมัด กระเดี้ยวกระดูกแข็งแรงแบบนี้ 45 ก็ว่าเยอะไปนะคะ คุณผู้อ่านขา กีฬา คือ ยาอายุวัฒนะ ชอบกีฬาแบบไหนก็จัดแบบนั้น แล้วมาแข็งแรงสดชื่นกระชากวัยไปด้วยกันนะ

แต่วันนี้ ที่บล็อค Marathon ที่รัก แห่งนี้ เรื่องที่เราจะคุยกันก็ต้องเป็นเรื่องวิ่งๆ เราไปคุยกับคุณเอ็ม นักวิ่งหัวใจบานฉ่ำกันเลยดีกว่านะคะ

คุณเอ็มเริ่มออกกำลังกายเมื่อไหร่ และออกด้วยการวิ่งเลยรึเปล่าคะ
ครับ ผมเริ่มออกกำลังกายตอนอายุประมาณ 18-19 ปี อยากสุขภาพแข็งแรงครับ ก็วิ่งในซอยแถวบ้าน จนย้ายมาอยู่ใกล้ๆ สวนหลวง ร.9  ก็มาวิ่งที่สวนประมาณตั้งแต่ปี 2540 ก็ ประมาณ 18 ปีแล้วครับ

ตอนเริ่มวิ่ง ตั้งใจเลยมั๊ยคะว่าจะฝึกวิ่งเพื่อเป็นนักวิ่งมาราธอน
ไม่ครับ ผมจ็อกกิ้งเฉยๆ เพื่อสุขภาพจริงๆ เรื่องวิ่ง มินิฮาล์ฟมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน หรือวิ่งมาราธอนนี่วิ่งมาประมาณ 14 ปี แล้วถึงจะรู้ มารู้ก็ตอนที่มาวิ่งสวนหลวง ร.9 นี่ล่ะครับ  สักเดือนนึงที่วิ่งที่สวน ก็เห็นเขาวิ่งกันเป็นกลุ่มๆ และก็แรงบันดาลใจก็คือ พี่ณิชา (พี่นิด) คนนี้นิฝนตกก็ยังวิ่ง ใส่เสื้อกันฝนวิ่ง ขอโทษนะครับ ผมพูดในใจเลยว่า ผู้หญิงนี่บ้าจริงๆ เลย (ว่าแล้วก็ยิ้มขำๆ) แต่ผมเห็นพี่ณิชาบ่อยๆ ผมก็แอบวิ่งเกาะท้าย วิ่งตามเขาไป แล้วก็ได้เข้ากลุ่มชมรมวิ่ง ตอนนี้พี่ณิชานี่ผมนับถือเป็นพี่สาวเลย (กีฬาที่ดีนอกจากจะให้สุขภาพที่ยอดเยี่ยมแล้วยังสร้างพื้นที่แห่งสายสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมขึ้นอีกด้วย บางครั้ง ไม่ต้องเอ่ยปาก แค่วิ่งตาม  แล้วยิ้ม ความเป็นเพื่อน ความเป็นญาติก็เกิดขึ้นแล้วนะคะคุณผู้อ่านขา ... มามะ ออกจากบ้านมาวิ่งกัน)


แล้วไปยังไงมายังไง ถึงได้ลงสนามมาราธอนคะ
ก็ได้เข้าชมรมวิ่ง แล้วก็เพื่อนๆ ก็ชวนกัน (คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล คบคนวิ่งทน ก็พาไปทนด้วยกัน 555x เขาว่าอยากให้ชีวิตเป็นแบบไหนก็พาตัวเองไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนั้น แล้วเราจะเป็นมัน ... นะจ๊ะ) และผมก็อยากรู้รสชาติของการลงสนามแข่ง ไว้คุยกับเพื่อนๆ ได้เข้าถึงเนื้อเข้าถึงพริก ก็ชวนๆ กัน วิ่งอยู่ที่สวนประมาณ 3  เดือน ก็ลง มินิมาราธอน (10.5 กม.) ... แทบตายครับ (555X)

ตอนนั้นอายุก็ประมาณ 33 ขวบปีเองนะคะ วิ่ง 10.5 กิโล ทำไมถึงแทบตายคะ
คืออย่างนี่นะครับ ตอนซ้อมซ้อมถึงไปตามจังหวะของเรา แต่เวลาแข่งเนี่ย เขาปล่อยตัวปุ๊บ เราออกตัวเร็วตามคนอื่นเลย ไม่มีผ่อนหนักผ่อนเบา วิ่งไปได้ 3 กิโล  จุกครับ จุกก็หยุด วิ่งไป 2 โล เอ้าจุก ก็หยุด อยู่สองสามครั้ง แต่ก็ถึงนะครับ เพราะใจมันตั้งไว้แล้วว่าต้องถึง ถึงก็ถึง แต่ทรมาณสุดๆ 555X ฝากบอกนักวิ่งแข้งใหม่ทุกคนนะครับ ถ้าอยากลงแข่งแบบสนุกและมีความสุข ซ้อมให้ถึง แล้ววิ่งตามจังหวะของตัวเอง มาราธอน คือ การชนะใจตัวเอง ชนะตัวเองให้ได้แล้วเดี๋ยวชนะสิ่งอื่นจะตามมาเองครับ


หลังจากนั้นเข็ดมั๊ยคะ
ไม่เข็ดครับ มันสนุก หลังจากประสบการณ์ครั้งแรก ก็เริ่มศึกษา และปรับการวิ่ง แล้วก็ลงสนามแข่งทุกอาทิตย์เลยครับ แต่ไม่เคยคิดว่าจะต้องแข่งชนะคนอื่นนะครับ ผมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เราแข็งแรงและสนุกก็ดีเยี่ยมแล้วครับ

ไม่คิดว่าจะต้องได้ถ้วยรางวัลสักครั้งเลยเหรอคะ
ก็มีนะครับ ตอนอายุประมาณ
30 ปลายๆ เคยคิด ซ้อมหนักมาก ร่างกายโทรม ลงสนามถึงไม่เข้า 1 ใน 5 แต่ก็ไม่ขี้เหร่ครับ ได้ที่ 7 8 9 ไม่เลยสิบ ก็พอคุยได้ครับ (ยิ้ม) ฝากถึงนักวิ่งใหม่ๆ อีกนิดนะครับ ร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเห็นนักวิ่งแนวหน้าเขาวิ่งเก่งๆ กัน ก็วิ่งตาม บางคนอาจบาดเจ็บไปเลยเพราะแรงไม่ถึง หรือกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงพอ  และแทนที่จะแข็งแรง อาจทำให้ร่างกายทรุดโทรมด้วย ตามความเห็นของผมนะ ผมว่าเอาแบบค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ให้ร่างกายๆ ค่อยๆ แข็งแรงสมดุลไปเรื่อยๆ เดี๋ยววิ่งไกลๆ ใช้เวลาน้อยๆ มันจะทำได้เองโดยอัตโนมัติครับ


สุขภาพแบบซุปเปอร์แมนแบบนี้ คุณเอ็มลงสนามในระยะมาราธอน  (42.195 กม.) ด้วยป่ะคะ
ลงครับ บอกตัวเองว่า ขอสักครั้งนึงเถอะในชีวิต  อยากสัมผัสว่ามันเป็นยังไงน๊า จะได้คุยกับเพื่อนๆ ได้ออกรสกับเขาบ้าง ปรากฎลงครั้งแรกแล้วติดใจ จนถึงวันนี้ ผมลงมา 20 กว่าครั้งแล้ว มันติดครับ (ยิ้มแฉ่งเลยค่ะคุณผู้อ่านขา) วิ่งด้วยเป้าหมายเดิม เป้าหมายเดียวครับ เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง
ผมคิดอยู่นาน ก่อนตัดสินใจลง เพราะกลัววิ่งไม่ถึง แต่พอลงก็วิ่งถึงครับ หัวใจมันห้าว มันฮึกเหิม มันเหนื่อยนะ แต่มันท้าทาย เราบอกกับใจว่า ถ้าถึง คือ  ชนะตัวเอง ในทุกระยะที่ลงสนามรวมถึงระยะมาราธอน ผมถึงเส้นชัยทุกครั้งครับ ลงระยะมาราธอน 42.195 กม.) ผมตั้งเป้าใช้เวลาไม่เกิน 4 ชม. ลงสนามจริงใช้เวลา 3 ชม. 35 นาที พอใจครับ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้ลงสนามแล้วครับ วิ่งเอาสุขภาพเป็นเป้าหมายหลักจริงๆ

แม้ไม่ค่อยได้ลงสนามแข่ง และถึงแม้ลงสนามคุณเอ็มก็ไม่ได้หวังถ้วยรางวัล แต่ก็ยังวิ่งทุกวัน แบบนี้เขาเรียกว่าเสพติดรึเปล่าคะ
โหตอนแรกๆ นะ พอจะเข้านอนก็อยากให้เช้าเร็ว ๆ เมื่อไหร่จะแจ้งเนี่ย  เมื่อไหร่จะตีสี่ ตีห้าซะทีเนี่ย รอนาฬิกาปลุก ฝนตกก็มา จะเรียกว่าเสพติด ก็ได้เลยครับ แต่พอตอนนี้นะ ถ้าฝนตกก็ดี จะได้นอนซ่อมเซลล์ (อมยิ้ม เหมือนมีอาการอยากพักบ้าง)แต่ถ้าฝนไม่ตกก็ดีจะได้ไปวิ่ง

ต่อให้มีวันที่อยากพัก และต้องทำงานด้วย ก็ยังได้ข่าวว่าคุณเอ็มมาวิ่งทุกวัน
ใช่ครับ ยังไงก็อยากมีสุขภาพที่แข็งแรงตลอดไป สัญญากับตัวเองไว้ครับว่าจะต้องออกกำลังกายตลอดชีวิต


ทำงานเหนื่อย แทบไม่มีเวลาจะพักผ่อนแล้ว แล้วยังมาวิ่งออกกำลังกายอีก ถ้ามันไม่คุ้มกับชีวิตก็ไม่มีเหตุผลจะทำใช่มั๊ยคะ ... ถ้างั้นเล่าให้ฟังหน่อยได้มั๊ยคะว่าการออกกำลังกายมันคุ้มยังไงกับชีวิต
(คุณผู้อ่านขา คุณเอ็มหน้าตาตื่นเต้น คักคึกก่อนบอกว่า...) วัยรุ่น รุ่นน้อง อายุ 25 26 เขาอิจฉาผมกันนะครับ บางคน อายุ 30 กว่าๆ พุงยื่นอุ้ยอ้ายกันไปแล้ว แต่ผมกระฉับกระเฉงมากครับ  (แล้วถ้าไปเที่ยบกับเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ไม่ได้ออกกำลังกาย โอ้โห ! เพื่อนๆ คงล้ำหน้าไปไกล)
นอกจากร่างกายจะแข็งแรงกระฉับกระเฉง การออกกำลังกายนี่ทำให้เราอารมณ์ดีมาก มีความสุขมากๆ ด้วยนะครับ ช่วงเวลาประมาณ 2 ชม. ในตอนเช้าที่มาวิ่ง มีความสุขมากครับ
แล้วเรายังได้เพื่อนใหม่ๆ ด้วย ไปวิ่งต่างพื้นที่หรือต่างจังหวัดก็มีเพื่อนเพิ่ม สนุกครับ


อยากเชิญชวนให้ชาวโลกออกกำลังกายหรือมาวิ่งมั๊ยคะ
แน่นอนครับ (ท่าทางอยากชวนสุดฤทธิ์ค่ะ) ผมดีใจมากเวลาเห็นนักวิ่งหน้าใหม่ ลงสนาม ไม่ว่าจะมาวิ่งเข้าเส้นเร็วๆ หรือมาวิ่งเซลฟี่ ทุกคนก็ตื่นเพื่อมาลงสนามพร้อมกัน มันมีความสุขนะที่ได้เห็น ออกกำลังกายกันครับ ได้สุขภาพแข็งแรง ได้พบปะเพื่อนใหม่ๆ  ไม่จำเป็นครับว่าจะอายุน้อยหรืออายุมากแล้ว โดยเฉพาะกีฬาวิ่งเปิดกว้างสำหรับทุกอายุและทุกคน

และส่วนใหญ่ที่เห็นนะครับ อายุประมาณ 40 ขึ้นไป  เพราะเริ่มเห็นว่าร่างกายเริ่มมีความเสื่อม จึงตระหนักในเรื่องของการดูแลสุขภาพ และการวิ่งถือว่าเป็นกีฬาที่ง่าย ไม่ต้องรอใคร คนเดียวก็วิ่งได้ สวนหลวง ร.9 บรรยาศสุดยอด น่ามาออกกำลังกายที่สุดครับ

และออกกำลังกายต้องมีความสุข ต้องสนุกกับมันนะครับ หลายคนมาออกกำลังกายแล้วยังเห็นหน้าตึง บึ้ง เครียดอยู่
ปล่อยวางครับ ในวันนึงปล่อยให้ตัวเองมีความสุขมากๆ สักแค่
2 ชม. ตอนออกกำลังกายก็ยังดีนะครับ เดี๋ยวพอปล่อยจนชิน จะมีความสุขทั้งวันเองครับ

แล้วก็วิ่งตามแรงตามความสมดุลของตัวเอง ไม่วิ่งตามแรงคนอื่นครับ เราถึงจะมีความสุขและสนุก เพื่อสุขภาพ และลงสนามแข่งบ้าง ตั้งเป้าหมายในการรักษาคุณภาพ และพัฒนาความแข็งแรงขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ

ช่วงตอนตื่นนี่มันลำบาก มันไม่อยาก แต่พอมาถึงสวนแล้ววิ่งนะครับ ขอบอกเลยครับ มีความสุขที่สุด หรือถ้าใครไม่สะดวกวิ่งเช้า ก็วิ่งตอนเย็นก็ได้ ไม่ต้องฝืนตื่น แต่ก็ต้องฝืนใจให้ก้าวออกวิ่งเหมือนกัน ฝืนๆ ไปครับ เดี๋ยวเดียวก็ติด ติดวิ่ง แล้วจะดีเองครับ (ยิ้ม)


เป็นธรรมชาติที่คนเราทำอะไรนานๆ ซ้ำๆ ก็จะมีอาการเบื่อหน่าย และคุณเอ็มก็วิ่งมา 20 กว่าปีแล้ว ยังวิ่งอยู่ บอกได้มั๊ยคะว่า มาราธอน มีเสน่ห์ยังไง
การ วิ่งมาราธอน คือ การวิ่งระยะ 42.195 กม. เป็นระยะที่ท้าทายครับ ถ้าชนะตัวเองแล้วชนะทุกสิ่ง คำว่าชนะเนี่ยหมายถึงวิ่งถึง วิ่งเข้าเส้นนะครับ ไม่ว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ วิ่งให้ถึง ถือว่าชนะ มีครั้งหนึ่งผมใช้ 4 ชม.20 นาที  เป็นตะคริว เดินไป 4 กิโล  700 เมตรสุดท้ายค่อยวิ่งหล่อเข้าเส้นชัย (555x) แต่ผมก็พอใจนะ เพราะมันถึง ถือว่าชนะครับ ชนะอะไรไม่เท่าชนะใจตัวเองนะครับผม ผมคิดเสมอว่าถ้ายอมแพ้แค่ครั้งเดียว เราก็จะแพ้ตลอดไป แต่ถ้าชนะ มันก็จะชนะตลอด
เพราะแค่แข่งขันกับหัวใจตัวเอง ไม่ได้แข่งกับใครให้ตึงเครียดอย่างนี้นี่เอง ถึงยิ้มได้แบบหัวใจบานฉ่ำตลอดเวลา

ขอบคุณคุณเอ็ม นักวิ่งหัวใจบานฉ่ำ

อุ่นไอ  ไทยแลนด์
เรียบเรียง

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พี่โปร การุณ อมรพัฒนา นักวิ่งท่าสวย ตอนที่ 4 (ตอนจบ)

ตอนที่ 1 นั้น หลายคนคงได้พาขาออกวิ่งไปแล้วด้วยเหตุผลเดียวกันกับจุดเริ่มต้นของพี่การุณ คือ เลิกงานรถติด ไม่อยากทิ้งเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ก็เอาเวลามาใช้ประโยชน์ในการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง
ตอนที่ 2 เพื่อที่ร่างกายจะสามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยท่วงท่าการวิ่งที่ถูกต้อง หลายคน อาจปรับเปลี่ยนท่าวิ่งได้แลดูแข็งแรงและสวยงามกันไปแล้ว กับ 3 เทคนิคง่ายๆ ที่พี่โปรการุณ ได้กรุณาแบ่งปันไว้
ตอนที่ 3 พบกับการฝึกซ้อม เพื่อที่จะลงสนามแข่งและเข้าเส้นชัยไปด้วยความสนุกและมีความสุข
ตอนที่ 4 นี้ (ตอนจบ) พบกับวิธีคิดที่แข็งแรง ที่ชีวิตได้จากสนามวิ่งมาราธอน ซึ่งอุ่นเชื่ออย่างยิ่งว่า ทุกถ้อยประโยคที่พี่การุณแบ่งปันนี้ จะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านทุกคน และอีกหลายๆ คน เมื่อเราช่วยกันแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์นี้ออกไป สู่หัวใจชาวโลก

มาต่อกันเลยค่ะ ...


มีหลายคนอยากออกกำลังกายโดยการวิ่งบ้าง แต่อายุเยอะแล้ว ถามว่าควรหรือวิ่งได้มั๊ยคะ
การออกกำลังกายเมื่อไหร่ก็เริ่มต้นได้ ไม่มีคำว่าสาย แต่ถ้าเริ่มต้นได้เร็ว ก็ดีเยี่ยมเพราะจะชะลอความเสื่อมและใช้ร่างกายได้นานๆ พี่มาออกกำลังกายเนี่ย ก็จะพบสาเหตุของการมาออกกำลังกาย 2 ลักษณะใหญ่ๆ
1. ตัวเองบอกให้มา (มาตามคำสั่งของตัวเอง) (กลุ่มนี้อุ่นขอใช้คำว่า ตระหนักก่อนตระหนก คือ กันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วอาจแก้ไม่ทัน)
2. หมอบอกให้มา (มาตามคำสั่งของหมอ) (กลุ่มนี้อุ่นขอใช้คำว่า ตระหนกแล้วจึงตระหนักคือ ป่วยก่อนแล้วค่อยแก้ แต่ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยแน่นอน)

ถ้าเราออกกำลังกายตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิต(ตอนเด็กๆ หรือช่วงหนุ่มสาว) ชีวิตก็จะมีกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งไม่ใช่แค่การออกกำลังกายอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของวิธีคิด คือ องค์รวมของชีวิต เช่น งาน ครอบครัว และพื้นที่ต่างๆ ในชีวิตที่เรามีปฏิสัมพันธ์ด้วย
ในเรื่องของการวิ่งมาราธอนเนี่ย มันไม่ใช่แค่วิ่งไปข้างหน้านะ เช่นในหนังเรื่อง รัก 7 ปี ดี 7 หน ที่พระเอกบอกกับนางเอกว่า
ถ้าแค่อยากวิ่ง วิ่งแค่กิโลเดียวก็พอ แต่ถ้าอยากเปลี่ยนชีวิต ต้องวิ่งมาราธอน มันจริงเลยนะ การที่เราจะวิ่งมาราธอนแบบมีเป้าหมาย จะต้องมีการฝึกซ้อม เตรียมตัว มีกระบวนการ ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับวินัย การวางแผน การมีพันธะสัญญากับตัวเอง


พี่การุณมีเป้าหมายจะวิ่งไปถึงไหน หรือมีกำหนดมั๊ยคะ ว่าวิ่งได้จำนวนครั้งเท่านั้นเท่านี้แล้วจะหยุด 
มันเป็นชีวิต (จะวิ่งไปเท่ากับลมหายใจที่มี) ในชีวิตมนุษย์เนี่ย มันประกอบไปด้วย ร่างกายและจิตใจ ร่างกายต้องเคลื่อนไหว และจิตใจต้องสงบนิ่ง  การวิ่งมาราธอนทำให้เราดำเนินชีวิตแบบรู้เท่าทัน และเป็นคนที่ทำอะไรแล้วทำให้สุด ทำให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่งั้นทุกอย่างที่ทำมาจะสูญเปล่า เช่น เมื่อลงสนามระยะมาราธอน ใน กม. ที่ 30  มีรถเก็บมาวัดใจอยู่ข้างหน้าตลอด แต่เราก็ไปถึงนะ วิ่งมาจะ 40 สนามแล้ว ไม่เคยเลิกกลางคัน  รถไม่เคยมีโอกาสได้เก็บพี่เลย (555x)

อยากแชร์ประเด็นนี้นิดนึง ในครั้งที่ลงสนามระยะ 100 กม. ในช่วงผ่าน กม.ที่ 70 สะท้านไปหมด เจ็บนะ เจ็บในจังหวะที่ฝ่าเท้ากระแทกพื้น แต่ก็ผ่านไปได้ และวิ่งถึง  เราก็วิ่งถึง ถามว่าสะใจมั๊ย ก็สะใจ แต่ว่าอย่าไปทำบ่อย และร่างกายต้องการการฝึกซ้อม ไม่งั้นร่างกายจะเสียหาย

การวิ่งระยะทาง 100 กม. มีกติกาของการวิ่ง คือจะมีการกำหนดเช็คพ้อยเป็นระยะ ถ้าทำเวลาเกินในจุดเช็คพ้อยตามระยะทางที่เขากำหนด ก็จะต้องออกจากการแข่งขัน คือ กติกามันดักเราเป็นระยะ ร่างกายต้องแข็งแรงมาก ต้องซ้อมให้พอ


นอกจากกำลังของร่างกายแล้ว มันน่าจะมีปัจจัยอะไรอีกบางอย่างที่ทำให้พี่การุณไปต่อจนถึง ...?
มาถึงแล้ว (น้ำเสียงมาถึงแล้ววว) ไม่งั้น 50 กม. 60 กม. ที่ผ่านมาสูญเปล่าเลยนะ แค่นั้นเอง ก็เราจะเล่นเกมนี้ก็ต้องเอาให้ถึง ในขณะที่ร่างกายเจ็บ แต่ยังขยับได้ก็ต้องไป (อุ่นสัมผัสสะเทือนเลยค่ะคุณผู้อ่านขา .....อุ่นขอเรียกว่า ในทุกๆ เรื่องของชีวิต ไม่มีคำว่าล้มเหลว จะมีก็แต่คำว่าล้มเลิกที่จะทำ ในระหว่างทาง มันมีอุปสรรคมาวัดใจเสมอ แต่หากเราบอกตัวเองเสมอว่าต้องชนะ เราจะหาวิธีเพื่อก้าวข้าม และไปต่ออย่างเข้าใจ ชัยชนะจะเกิดในหัวใจให้เราภูมิใจอย่างเที่ยงแท้แน่นอน)

สิ่งที่อยากบอกคือ ไม่ว่าจะวิ่ง 10 21 42 100  กม. หรือระยะเท่าไหร่ก็แล้วแต่ ถ้าอยากวิ่งให้สนุกตามความเห็นของพี่นะ ก็ต้องฝึกซ้อม ซ้อมตามโจทย์ จะได้เข้าเส้นชัยแบบพระเอก (ไม่สะบักสะบอม)  เล่นกีฬาถ้าจะเอาให้สะใจ ก็ให้สะใจบนความมีเหตุมีผล แล้วจะมีความสุข

มนุษย์ต้องการความท้าทายอยู่เสมอ คือ ในทุกๆ วันมันไม่มีดีที่สุด แต่มันมีว่าได้อีก ได้อีก และก็ได้อีก พี่การุณมีเป้าหมายที่จะออกกำลังให้หนักขึ้น หรือมีเป้าหมายเล่นกีฬาอย่างอื่นมั๊ยคะ
อยากว่ายน้ำ อยากเป็นนักกีฬาไตรกีฬาแล้ว ไปว่ายน้ำแล้วนะ แต่ เฮ้ย !  เหนื่อยว่ะ แต่พอเรามานั่งคิด มันก็คือภาพเดิมๆ เหมือนตอนที่เราเริ่มต้นวิ่ง มันเป็นกระบวนการธรรมชาติ นี่แหละพอเราเข้าใจแบบนี้ เราก็จะทำได้สนุกและมีความสุข
พี่การุณเริ่มต้นการออกกำลังกายเพียงแค่ อยากใช้เวลาช่วงรถติดให้เป็นประโยชน์ แล้ววันนี้กลายเป็นชายหนุ่มอายุ 55 แต่แข็งแรงกว่าเพื่อนๆ ในรุ่นเดียวกันมากๆ และแข็งแรงกว่าหนุ่มๆ อายุ 35 อีกหลายๆ คน มีอะไรอยากจะบอกคุณผู้อ่านหรือเชิญชวนผู้คนให้ออกกำลังกายมั๊ยคะ

พี่เคยเจอคนนึงนะ เขาวิ่งอยู่หน้าบ้านเขาที่กว้างสองห้องน่ะ วิ่งไปวิ่งกลับ ประทับใจมากเลยนะ แล้วกับหลายๆ คน บอกว่าไม่มีที่จะวิ่ง ไม่มีเวลา น่าเสียดายสุขภาพ เอาเป็นว่า การออกกำลังกาย ถ้าบอกว่าไม่มีพื้นที่ ใช้การกระโดดเชือกก็ได้ แกว่งแขนก็ได้ คำถามคือ อยากให้ร่างกายแข็งแรงไปอีกนานหรือไม่แค่นั้นเอง

ไม่ต้องรอให้หมอสั่ง เราสั่งตัวเองเลย แต่เอาเป็นว่าไม่ว่าจะเริ่มต้นด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่พอออกกำลังกายมาถึงจุดๆ หนึ่งแล้วเนี่ย มันจะกลายเป็นตัวตนของเรา เก็บบวกให้ชีวิตนะ คือ สิ่งที่เราทำบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความประพฤติ มันจะกลายเป็นเรา แล้วพอเราทำกิจกรรมที่ดี บ่อยๆ กิจกรรมที่ดีก็จะเป็นตัวตนของเรา

และสำหรับการวิ่ง มันจะพัฒนาไปจนวิ่งดีขึ้น วิ่งเร็วขึ้น ไม่ต้องรีบร้อน ให้มันเป็นไปตามกระบวนการธรรมชาติ ถ้าวิ่งแล้วเหนื่อย ก็แค่เหนื่อย ก็ให้โอกาสร่างกายหน่อย ให้เขาได้ปรับตัว วิ่งไป แล้วมันจะแข็งแรงขึ้นเอง


คุณผู้อ่านขา นอกจากพี่การุณจะเป็นต้นแบบของวิธีคิด และร่างกายที่แข็งแรงให้อุ่นและทุกคนแล้ว สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจน คือ สมาธิของพี่การุณยอดเยี่ยมมากๆ ... คือ  ในระหว่างที่เรานั่งคุยกันอยู่ ก็จะมีหลายคนเดินเข้ามาทักทายพูดคุย เมื่อผู้ทักทายลาจากไป พี่การุณกลับมาเข้าเรื่องได้ทันที ในขณะที่อุ่นจำไม่ได้แล้วว่าเมื่อสักครู่เราคุยกันถึงตรงไหน  โอ้ว ! แม้เจ้า ... ต้องขอร้องดังๆ อีกครั้งว่า กีฬา กีฬา คือ ยาวิเศษ ทั้งสำหรับร่างกาย หัวใจ และสมอง

เอาล่ะ ... ใครอยากแข็งแรงทั้งกายและใจ ลุกขึ้นมาออกกำลังกายกัน ถ้านึกไม่ออกว่าจะเล่นกีฬาอะไรดี ก็ มา มะ มา วิ่งมาราธอน กัน ...ฮึบ ฮึบบบบ

ขอบคุณเรื่องราวการแบ่งปัน จาก พี่ การุณ  อมรพัฒนา นักวิ่งท่าสวย : เลขาฯ ชมรมวิ่ง สวนหลวง ร.9 ปัจจุบัน


อุ่นไอ  ไทยแลนด์
เรียบเรียง